อินเดียเปิดสลัมเป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้รับความนิยมกว่าทัชมาฮาล

            บริษัททัวร์นำเที่ยวในสลัมราวีของอินเดียแห่งหนึ่ง ถูกโหวตจนได้รับรางวัลชนะเลิศตัวเลือกอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยว (Travellers’ Choice Awards) ในเว็บไซต์นำเที่ยวชื่อดัง TripAdvisor โดยผลโหวตดังกล่าวได้แซงหน้าแม้กระทั่งทัชมาฮาล ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลก

กฤษณา ปูจารี ผู้ก่อตั้งบริษัท Reality Tours and Travel ในปี 2005 ที่คว้ารางวัลชนะเลิศนำเที่ยวนี้กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มีความสนใจมาเยือนสลัมดราวีนั้น มาจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทของเรานั้น ถือเป็นเจ้าแรกที่จัดทำทัวร์มุ่งนำเที่ยวในสลัมเท่านั้น”

โดยคาดการณ์ไว้ว่า ภายในสลัมดราวีแห่งนี้ มีผู้คนเกือบล้านคนที่อยู่อาศัยในตรอกแคบ ๆ บ้านแออัดที่เรียงรายกันออกไปสุดลูกหูลูกตา มีห้องน้ำตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ มีก๊อกน้ำสำหรับผู้อยู่อาศัย แต่มีสุขอนามัยที่ย่ำแย่มาก เนื่องจากมีแนวท่อน้ำเสียแบบปิดตามตรอกซอยต่าง ๆ

ผู้คนที่อยู่อาศัยอยู่ในสลัมดราวีจำนวนมาก ประกอบอาชีพบริการ หรือผลิตสินค้าสำหรับคนในชุมชมด้วยกันเอง ทั้งเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องหนัง เครื่องปั้นดินเผา และพลาสติกประเภทต่าง ๆ นอกเหนือจากอาชีพในชุมชนแล้ว บางส่วนก็ทำอาชีพเก็บขยะ ขับแท็กซี่ หรือเป็นแรงงาน โดยคาดการณ์ว่าในแต่ละปี ระบบเศรฐกิจในชุมชนแห่งนี้ ช่วยสร้างรายได้มากกว่า 350 ล้านปอนด์

นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนสลัมดราวี ต้องการหาประสบการณ์ที่แตกต่าง

เมลิซา นีสเบ็ตต์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมทัวร์สลัม กล่าวว่า เราได้เดินทางไปเที่ยวสลัมแห่งนี้มานาน ตั่งแต่ยุควิคตอเรียแล้ว ในตอนแรกก็ไปเพื่อความบันเทิง แต่ในช่วงหลังได้เปลี่ยนมาเป็นการปฏิรูปสังคม ซึ่งก็อยู่ที่ว่าคุณมีเงินมาเท่าไหร่ เพราะบางทัวร์ก็มีเสนอทางเลือกให้เดินทางด้วยรถติดแอร์ได้ หรือทัวร์ที่ชื่อว่า Inside Mumbai ก็มีบริการให้คุณได้ลิ้มลองอาหารมื้อหนึ่งในบ้านผู้คนในสลัม เพื่อสัมผัสการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรมอันมีค่า

เมลิซายังได้เล่าต่ออีกว่า ในตอนที่ไปร่วมทัวร์สลัมดราวี ที่ใช้ระยะเวลาราว 6 ชั่วโมง เธอมีความเข้าใจว่านักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ มีความคิดเหมือนกันคือ ต้องการเข้าใจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าวิถีชีวิตจริงของผู้คนภายในสลัมเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่เธอได้รับรู้กลับมาก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจมากนัก

การมาเที่ยวสลัมจะได้เห็นความเข้มแข็งและการต่อสู้ของคนที่นี่

ผลการจักทำสำมะโนประชากรเมื่อปี 2011 พบว่า มีคนอินเดียจำนวนกว่า 65 ล้านคนที่อาศัยในสลัมตามพื้นที่ต่าง ๆ และสลัมก็ได้รับคำนิยามว่าเป็น “บริเวณที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะให้มนุษย์อาศัยอยู่”  ทางด้านโมฮัมเหม็ด ไกด์นำเที่ยวให้กับบริษัททัวร์ Inside Mumbai มีความเชื่อว่านักท่องเที่ยวควรได้เห็นถึงความเข็มแข็งและการต่อสู้ของผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในสลัมดราวีแห่งนี้ หากไม่ใส่ใจกับชุมชนนี้ หรือแกล้งเป็นไม่เห็นว่ามันมีอยู่จริง ถือเป็นอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ

ฟาเบียน เฟรนเซล ตำแหน่งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ กล่าวว่า ถึงแม้ความพยายามในลักษณนี้ไม่ได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหามากมายในสลัม ที่มีสาเหตุมาจากความยากจน แต่ผลในเชิงบวกของการท่องเที่ยวในลักษณะนี้คือ ทำให้คนได้มองเห็นสลัมในด้านอื่น ๆ มากขึ้น และยังช่วยผลักดันให้คนในชุมชนลุกขึ้นออกมาเรียกร้อง เพื่อให้ทางการที่เกี่ยวข้องเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งป้องกันชุมชนจากการถูกไล่รื้อ.

Leave a Reply