ภูโคลน แหล่งสปาโคลนธรรมชาติของไทย มีเพียง 1 ใน 3 แห่งทั่วโลก

            ภายใต้พื้นโลกใบนี้ ลึกลงไปใครเล่าจะรู้ว่ามีทะเลสาบใต้ดินซ่อนอยู่ ซึ่งถือเป็นสายน้ำแร่ที่ทรงคุณค่านานัปการ ที่มนุษย์จำนวนมากเฝ้าค้นหา จนค้นพบความจริงว่า ตะกอนโคลนที่ปนเปื้อนออกมาสู่พื้นโลกของทะเลสาบใต้พิภพนั้น มีคุณสมบัติช่วยทำให้ผิวพรรณสุขภาพดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่ง ณ ตอนนี้มีแหล่งโคลนคุณภาพที่ถูกค้นพบอยู่เพียงแค่ 3 แห่งทั่วโลก และหนึ่งในนั้น ก็คือ “ภูโคลนจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนของไทย”

ภูโคลน หรือ ภูโคลน คันทรี คลับ ณ ปัจจุบันมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ควบคู่กับการให้บริการด้านสุขภาพและความงาม ด้วยโคลนและน้ำแร่ธรรมชาติจากใต้พิภพให้กับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน จนได้รับการสนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภายใต้โคงการ UNSEEN IN THAILAND และ SPA IN PARADISE

จุดเด่นของภูโคลน 1 ใน แห่งทั่วโลก ที่มีคุณสมบัติพิเศษ

ภูโคลนจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน อุดมไปด้วยน้ำแร่และโคลนธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากสายน้ำแร่ใต้พื้นดิน มีอุณหภูมิอยู่ที่ 60-140 องศาเซลเซียส เป็นโคลนเดือด บริสุทธิ์สีดำ ที่มาพร้อมกับน้ำแร่ธรรมชาติแสนสะอาด ปราศจากกลิ่นฉุนของกำมะถัน อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณและระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายมนุษย์ ซึ่งโคลนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ มีเพียง 3 แห่งในโลกเท่านั้น คือ

1.โคลนจากทะเลสาบ DEAD SEA ในประเทศอิสราเอลและจอร์แดน ซึ่งเป็นโคลนจากทะเลน้ำเค็ม เกิดจากการละลายตัวของหิมะบนเทือกเขาสูงของประเทศซีเรีย ที่ไหลลงมาร่วมกันอยู่ที่ทะเลเดดซีเป็นเวลานานนับปี จนกลายมาเป็นโคลนน้ำเค็มที่อุดมไปคุณสมบัติพิเศษในที่สุด

2.แห่งที่สองตั้งอยู่ในประเทศโรมาเนีย เป็นแหล่งโคลนที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟ หรือโคลนภูเขาไฟ

3.สุดท้ายคือแหล่งโคลนและบ่อน้ำพุร้อนโป่งเดือดแม่สะงา หรือถูโคลน จ.แม่ฮ่องสอน ประเทศไทย ซึ่งเป็นโคลนที่เกิดขึ้นในบริเวณที่มีแหล่งความร้อนใต้ดิน โดยเคลื่อนที่ขึ้นสู่พื้นดินด้วยแรงดัน ประกอบกับมีอุณหภูมิที่สูง จึงสามารถละลายเอาแร่ธาตุต่าง ๆ จากชั้นหินที่มีประโยชน์ขึ้นมาพร้อมกันได้

แร่ธาตุที่ถูกค้นพบจากภูโคลน มีดังนี้

– แคลเซียม (CALSIUM) ช่วยในเรื่องการปรับสภาพความสมดุลของผิว ไม่ให้เกิดความแห้งกร้าน

– โบรไมน์ (BROMINE) ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ระคายเคืองต่อผิว

– คลอไรน์ (CHLORIDE) สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกถึงรูขุมขน

– โปรแตสเซียม (POTASSIUM) ช่วยบำรุงผิวพรรณและควบคุมความชุ่มชื้นของชั้นเซลล์ผิว

– แมกนีเซียม (MAGNESIUM) ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพไป

– โซเดียม (SODIUM) สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิวให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการนำโคลนขึ้นมาใช้เพื่อสุขภาพบำบัดของภูโคลนในไทยนั้น ค่อนข้างมีความพิเศษกว่าโคลนจากอิสราเอลและโรมาเนียตรงที่ มีการนำเอาสมุนไพรไทยมาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน จึงทำให้มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ด้วยโคลนที่มีกลิ่นหอมละมุนของพืชสมุนไพร ได้แก่ ตะไคร้หอม , แตงกวา,ขมิ้น, มะนาว เป็นต้น.