Blog

สมุนไพรไทย แฝงด้วยสรรพคุณชั้นดี ช่วยดับร้อนให้ร่างกาย

สมุนไพรไทย แฝงด้วยสรรพคุณชั้นดี ช่วยดับร้อนให้ร่างกาย

สมุนไพร
สมุนไพรไทย แฝงด้วยสรรพคุณชั้นดี ช่วยดับร้อนให้ร่างกาย             ทุกวันของประเทศไทยที่มีอากาศร้อน หากหวังดับร้อนด้วยการตากแอร์เย็น ๆ ตลอดเวลา คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ เพราะหากร่างกายปรับอุณภูมิไม่ทันบ่อย ๆ ก็เสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดได้ จึงต้อหาการคลายร้อนด้วยวิธีอื่น ๆ ดูบ้าง ซึ่งทางแพทย์แผนไทยประยุกต์ ประจำโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้แนะนำให้ประชาชนเลือกทานสมุนไพรไทย 3 ชนิด ที่แฝงไปด้วยสรรพคุณชั้นดี ช่วยดับร้อน เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองดูบ้าง 1.รางจืด สมุนไพรฤทธิ์เย็นอีกชนิดนี้ ถูกจัดให้เป็นยาแก้พิษชนิดหนึ่ง ที่สำคัญแฝงไปด้วยสรรพคุณอีกมามาย ทั้งช่วยลดอาการแพ้ ลดการอักเสบ ใช้กินแก้ไข้ ร้อนใน สามารถนำมาใช้ได้ดีทั้งภายในและภายนอก เช่น ทำเป็นน้ำรางจืดฉีดพ่นตามร่างกาย เพื่อคลายความร้อน หรือฉีดลงที่ผิวหน้าช่วยลดการอักเสบแดงและอาการผิวไหม้จากแสงแดด ที่สำคัญยังนำมาใช้เป็นเครื่องดื่มดับร้อนรสชาติดีทานได้อีกด้วย 2.ใบบัวบก สมุนไพรชนิดนี้ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งผู้คนมักนำมาใช้เพื่อต่อสุ้กับภาวะความร้อนที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เนื่องจากใบบัวบกเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น ตามตำราไทยได้บันทึกไว่ว่า สามารถช่วยดับพิษร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ช้ำในได้อย่างชะงัด ประกอบกับข้อมูล จากผลการศึกษาในปัจจุบันที่ค้นพบว่า ใบบัวบก มีสรรพคุณต้านการอักเสบ ลดการช้ำบวม ซึ่งเป็นอาการที่แสดงให้เห็นถึงความร้อนส่วนเกินในร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถนำใบบัวบักมารับประทานได้หลากหลายวิธี ทั้งน้ำคั้นใบบัวบกสด หรือเป็นผักแกล้มในมื้ออาหารหลัก ไปจนถึงรูปแบบอาหารเสริม อย่างการชงชา และทานเป็นแคปซูลก็ได้เช่นกัน 3.ฟ้าทะลายโจร ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่ได้ถูกบรรจุรายชื่ออยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (บัญชียาจากสมุนไพร) ของกระทราวงสาณารณสุข โดยระบุสรรพคุณไว้ว่า ช่วยแก้ไข้ แก้เจ็บคอ ช่วยรักษาอาการท้องเสียไม่ให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นอาการที่พบได้บ่อย ๆ ในช่วงเริ่มต้นฤดูฝน ที่สำคัญยังผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังแสดงให้เห็นว่า สารสกัดสมุนไพรของฟ้าทะลายโจรมีประโยชน์ทางด้านเภสัชวิทยาหลากหลาย เช่น ฤทธิ์ต้านไวรัส HIV1 ไข้หวัด ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดความดันเลือด ต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด ป้องกันความเป็นพิษของตับ ฆ่าเชื้อมาลาเรีย ซึ่งทั้งหมดนี้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกายแต่อย่างใด ส่วนสมุนไพรที่มีสรรพคุณคล้ายกับฟ้าทะลายโจร ก็มีทั้ง ผักเบี้ยใหญ่ หรือผักข้างทาง เพราะมีฤทธิ์เย็น โดยในช่วงสมัยก่อนหลายครัวเรือนนิยมนำมาใช้เป็นยาเย็น ช่วยแก้ไข้ร้อนใน ด้วยการนำมากิน หรือนำมาใช้ภายนอก เพื่อรักษาโรคผิวหนังที่เกิดการอักเสบก็ได้เช่นกัน.
Read More
ภูโคลน แหล่งสปาโคลนธรรมชาติของไทย มีเพียง 1 ใน 3 แห่งทั่วโลก

ภูโคลน แหล่งสปาโคลนธรรมชาติของไทย มีเพียง 1 ใน 3 แห่งทั่วโลก

แนะนำสปา
ภูโคลน แหล่งสปาโคลนธรรมชาติของไทย มีเพียง 1 ใน 3 แห่งทั่วโลก             ภายใต้ตื้นพื้นโลกใบนี้ ลึกลงไปใครเล่าจะรู้ว่ามีทะเลสาบใต้ดินซ่อนอยู่ ซึ่งถือเป็นสายน้ำแร่ที่ทรงคุณค่านานัปการ ที่มนุษย์จำนวนมากเฝ้าค้นหา จนค้นพบความจริงว่า ตะกอนโคลนที่ปนเปื้อนออกมาสู่พื้นโลกของทะเลสาบใต้พิภพนั้น มีคุณสมบัติช่วยทำให้ผิวพรรณสุขภาพดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่ง ณ ตอนนี้มีแหล่งโคลนคุณที่ถูกค้นพบอยู่เพียงแค่ 3 แห่งทั่วโลก และหนึ่งในนั้น ก็คือ “ภูโคลนจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนของไทย” ภูโคลน หรือ ภูโคลย คันทนี คลับ ณ ปัจจุบันมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว ควบคู่กับการให้บริการด้านสุขภาพและความงาม ด้วยโคลนและน้ำแร่ธรรมชาติจากใต้พิภพให้กับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน จนได้รับการสนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภายใต้โคงการ UNSEEN IN THAILAND และ SPA IN PARADISE จุดเด่นของภูโคลน 1 ใน แห่งทั่วโลก ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ภูโคลนจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน อุดมไปด้วยน้ำแร่และโคลนธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากสายน้ำแร่ใต้พื้นดิน มีอุณหภูมิอยู่ที่ 60-140 องศาเซลเซียส เป็นโคลนเดือด บริสุทธิ์สีดำ ที่มาพร้อมกับน้ำแร่ธรรมชาติแสนสะอาด ปราศจากกลิ่นฉุนของกำมะถัน อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณและระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายมนุษย์ ซึ่งโคลนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ มีเพียง 3 แห่งในโลกเท่านั้น คือ 1.โคลนจากทะเลสาบ DEAD SEA ในประเทศอิสราเอลและจอร์แดน ซึ่งเป็นโคลนจากทะเลน้ำเค็ม เกิดจากการละลายตัวของหิมะบนเทือกเขาสูงของประเทศซีเรีย ที่ไหลลงมาร่วมกันอยู่ที่ทะเลเดดซีเป็นเวลานานนับปี จนกลายมาเป็นโคลนน้ำเค็มที่อุดมไปคุณสมบัติพิเศษในที่สุด 2.แห่งที่สองตั้งอยู่ในประเทศโรมาเนีย เป็นแหล่งโคลนที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟ หรือโคลนภูเขาไฟ 3.สุดท้ายคือแหล่งโคลนและบ่อน้ำพุร้อนโป่งเดือดแม่สะงา หรือถูโคลน จ.แม่ฮ่องสอน ประเทศไทย ซึ่งเป็นโคลนที่เกิดขึ้นในบริเวณที่มีแหล่งความร้อนใต้ดิน โดยเคลื่อนที่ขึ้นสู่พื้นดินด้วยแรงดัน ประกอบกับมีอุณหภูมิที่สูง จึงสามารถละลายเอาแร่ธาตุต่าง ๆ จากชั้นหินที่มีประโยชน์ขึ้นมาพร้อมกันได้ แร่ธาตุที่ถูกค้นพบจากภูโคลน มีดังนี้ - แคลเซียม (CALSIUM) ช่วยในเรื่องการปรับสภาพความสมดุลของผิว ไม่ให้เกิดความแห้งกร้าน - โบรไมน์ (BROMINE) ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ระคายเคืองต่อผิว - คลอไรน์ (CHLORIDE) สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกถึงรูขุมขน - โปรแตสเซียม (POTASSIUM) ช่วยบำรุงผิวพรรณและควบคุมความชุ่มชื้นของชั้นเซลล์ผิว - แมกนีเซียม (MAGNESIUM) ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพไป - โซเดียม (SODIUM) สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิวให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการนำโคลนขึ้นมาใช้เพื่อสุขภาพบำบัดของภูโคลนในไทยนั้น ค่อนข้างมีความพิเศษกว่าโคลนจากอิสราเอลและโรมาเนียตรงที่ มีการนำเอาสมุนไพรไทยมาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน จึงทำให้มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ด้วยโคลนที่มีกลิ่นหอมละมุนของพืชสมุนไพร ได้แก่ ตะไคร้หอม , แตงกวา,ขมิ้น, มะนาว เป็นต้น.
Read More
โรงแรมดังเมืองตรัง ปิ๊งไอเดียอาหารใต้ในกล่องเบนโตะ ดึงดูดนักท่องเที่ยว

โรงแรมดังเมืองตรัง ปิ๊งไอเดียอาหารใต้ในกล่องเบนโตะ ดึงดูดนักท่องเที่ยว

อาหารใต้
โรงแรมดังเมืองตรัง ปิ๊งไอเดียอาหารใต้ในกล่องเบนโตะ ดึงดูดนักท่องเที่ยว             นายวศิน พิตรปรีชา วัย 33 ปี ผู้จัดการร้านหารเพียร์ 88 ที่ตั้งอยู่ในโรงแรมรัษฏา ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ได้ผุดไอเดียบันเจิด โดยนำเบนโตะข้าวกล่องญี่ปุ่น มาดัดแปลงใหม่ให้กลายเป็นอาหารปักษ์ใต้ ก่อนนำมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่โรงแรงดังในจังหวัดตรัง ซึ่งเบนโตะ เป็นชุดข้าวกล่องบรรจุอาหารญี่ปุ่น ที่ถูกผู้จัดการร้านนำมาประยุกต์ให้เข้ากับอาหารใต้ เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยสามาถทานข้าวกล่องเบนโตะอาหารใต้ อิ่มกันได้หลายคน ในราคาเริ่มต้น 280 บาท ซึ่งมีให้เลือกหลายหลายเมนูดด้วยกัน อาทิ แกงเหลือง สัปปะรดกุ้ง สะดอผัดกะปิกุ้ง ผักเหมียงผัดไข่ กุ้งฝอยใบเล็กครุฑ ไข่เจียว เมนูผัก รวมอยู่ในชุดข้าวกล่องเบนโตะ ที่มีรสชาติจัดจ้าน เจ้าของร้านตั้งใจเผยแพร่เอกลักษณ์รสชาติอาหารใต้ ให้นักท่องเที่ยวสัมผัส ผู้จัดการร้านอาหารเพียร์88 ระบุว่า เมนูอาหารเซ็ทนี้ ถูกเรียกว่า “เบนโต๊ะท่าเรือเพียร์ 88” ซึ่งมีไอเดียมาจากเบนโตะ หรืออาหารที่อยู่ในรูปแบบข้าวกล่องของญี่ปุ่นที่หลายคนรู้จัก ตนมีความคิดว่าอาหารใต้ของไทยเรา ก็มีความอร่อยหลากหลายรสชาติ จึงได้นำมาผสมผสานด้วยการนำวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ โดยคัดสรรแต่ของที่มีคุณภาพมาอยู่ในกล่องเดียวกัน เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา โดยในเซทเบนโตะนั้น ก็มีหลายเมนูให้เลือกกิน โดยเฉพาะแกงส้มสัปปะรดกุ้งหรือแกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือสะตอผัดกะปิกุ้ง ผักเหมียงผัดไข่ และก่อนหน้านั้นก็มีของทอดเสิร์ฟให้ทานตัดรสเผ็ดก่อนด้วย คือ กุ้งฝอยใบเล็บครุฑ และไข่เจียว ทานกับแกงส้ม ส่วนผัดผักก็ทานคู่กับน้ำพริกกุ้งเสียบ ตามด้วยข้าวสวยร้อน ตนจึงเกิดความคิดว่าในส่วนนี้ สามารถช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาได้สัมผัสกับอาหารปักษ์ใต้ของไทยเรา ซึ่งนอกจากเป็นการช่วยโปรโมทแล้ว ยังมีการนำวัตุดิบที่หาได้ยากจากภาคใต้ โดยเฉพาะใน จ.ตรัง มาให้ได้ลองลิ้มชิมรสอีกด้วย นับว่าเป็นเรื่องดีที่ จ.ตรังมีรสชาติอาหารและวัตถุดิบที่หาได้ยาก คนรักสุขภาพ ก็สามารถทานเมนูอาหารปักษ์ใต้เบนโตะได้เช่นกัน สำหรับเมนูอาหารใต้ดังกล่าวที่เสิร์มาในกล่องเบนโตะ คนรักสุขภาพก็สามารถทานได้ด้วย เพราะมีรสชาติกลาง ๆ แต่มีความจัดจ้าน ไม่ได้เผ็ดไปซะทีเดียว ซึ่งชุดเซ็ทข้าวกล่องเบนโตะอาหารใต้นั้น มีราคาเริ่มต้นที่ 280 บาท หากท่านใดมีความสนใจ ก็สามารถเดินทางชิมได้ที่นี่แห่งเดียว โดยร้านเพียร์ 88 ได้เปิดทำการตั่งแต่เวลา 17.00 นาฬิกา ยาวไปจนถึงเที่ยงคืน ในวันธรรมดา ส่วนในวันศุกร์และเสาร์ ได้เปิดให้ให้บริการยาวไปจนถึงตี 1 อย่างไรก็ตาม ผลตอบรับยังคงอยู่ในช่วงการโปรโมทอยู่ แต่ลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมกับให้ผลการตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดีด้วยเช่นกัน.
Read More
ไมค์ ไทสัน อดีตแชมป์มวยโลกเฮฟวี่เวต 3 สถาบัน รุกธุรกิจรีสอร์ทกัญชา

ไมค์ ไทสัน อดีตแชมป์มวยโลกเฮฟวี่เวต 3 สถาบัน รุกธุรกิจรีสอร์ทกัญชา

รีสอร์ท
ไมค์ ไทสัน อดีตแชมป์มวยโลกเฮฟวี่เวต 3 สถาบัน รุกธุรกิจรีสอร์ทกัญชา             รายงานจากสำนักข่าวเดอะซัน ของอังกฤษ ระบุว่าไมค์ ไทสัน นักกีฬามวยชื่อดังชาวอเมริกัน อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต 3 สถาบัน เจ้าของฉายา “มฤตยูดำ” ที่ก่อนหน้านี้ได้หันเข้าสู่ธุรกิจปลูกกัญชากว่า 100 ไร่ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยการควักเงินซื้อที่ดินจำนวน 40 เอเคอร์ หรือประมาณ 100 ไร่ เพื่อลุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบในปี 2018 ในเบื้องต้นเจ้าของแชมป์โลกรายนี้ ได้มีการเปิดร้านจำหน้าต้นกัญชา และสินค้าแปรรูปจากกัญชา ไปจนถึงโรงงานสกัด ซึ่งดำเนินการอยู่ภายในที่ดินทางตะวันออกของแคลิฟอร์เนีย ไปทางจะวันออกเฉียงใต้ราว 100 กิโลเมตร หลังจากรัฐแคลิฟอร์เนียอนุญาต ของสหรัฐฯ อนุญาตให้มีการซื้อ-ขายกัญชาเพื่อทางการแพทย์และสันทนาการอย่างถูกกฎหมาย เมื่อปี 2016 ซึ่งธุรกิจทั้งหมดของนักมวยรายนี้เป็นรูปร่างร่างเรียบร้อยแล้ว ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า “Tyson Ranch” กระทั่งล่าสุด อดีตแชมป์โลกในวัย 52 ปี ก็ได้วางแผนลุยธุรกิจใหม่ต่อยอดอีกครั้ง ด้วยการกว้านซื้อที่ดินจำนวนกว่า 400 เอเคอร์ หรือประมาณ 1,000 ไร่ เพื่อเปิดรีสอร์ทในชื่อ "Lollapalooza of cannabis" โดยที่แห่งนี้ ไทสัน หวังว่าให้เป็นแหล่งพักผ่อนสำหรับทุกคนที่ชื่นชอบกัญชา เตรียมนำโมเดลธุรกิจกัญชาบางส่วน มาใช้ในรีสอร์ทของตัวเอง สำหรับแผนการเปิดรีสอร์ทดังกล่าว ที่ไทสันกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่คือ ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมด้วยคอนเสิร์ตที่เตรียมมาสร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าพักในแต่ละวัน และที่ขาดไปไม่ได้ก็คือการจัดจำหน่ายกัญชาเกรดพรีเมี่ยมให้กับแขกผู้เข้าพัก ที่สำคัญยังมีการเปิดอบรมหลักสูตรให้ความรู้เรื่องกัญชาในหลายด้าน ให้กับผู้ที่สนใจด้วยอีกด้วย ไมค์ ไทสัน ได้กล่าวว่า “ผมต้องต่อสู่อยู่บนสังเวียนเป็นเวลามากกว่า 20 ซึ่งแน่นอนว่าร่างกายของผมย่อมได้รับการบาดเจ็บมากมายเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้ผมต้องเข้ารับการผ่าตัด 2 ครั้ง พร้อมกับใช้กัญชาเพื่อบรรเทาอาการปวดออกให้หมดไป ผมจึงคิดว่ากัญชามีประโยชน์อย่างยิ่ง ในด้านการแพทย์และการบำบัด” เตรียมเปิดสร้างศูนย์เพื่อสุขภาพ ควบคู่กับรีสอร์ทกัญชา ขณะเดียวกันทางด้าน ร็อบ ฮิคแมน หุ่นส่วนธุรกิจของไทสัน ก็ได้กล่าวว่า “พวกเรากำลังจัดสร้างศูนย์เพื่อสุขภาพ ซึ่งมันจะกลายเป็นสถานที่ให้ความรู้แก่ผู้คน เกี่ยวกับประโยชน์ของการรักษา และแน่นอนว่าพวกเราก็ได้เตรียมการทดสอบในมหาวิทยาก่อนนำมาใช้จริง” ณ ปัจจุบันนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อนุญาตให้ 33 รัฐ สามารถใช้กัญชาทางแพทย์ได้ ในจำนวนนี้มี 10 รัฐด้วยกัน รวมถึงแคลิฟอร์เนีย ที่อนุญาตให้มีการใช้กัญชาด้านสันทนาการเพื่อความเพลิดเพลิน อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็ได้อนุญาตให้ผู้มีอายุ 21 ปีขึ้นไปเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ครอบครอง ขนส่ง ซื้อขายกัญชาได้ในปริมาณที่เหมาะสม หรือใช้เพื่อการผ่อนคลายส่วนตัวได้ ส่วนผู้ที่ไม่ต้องการซื้อกัญชาจากร้านก็สามารถเปิดปลูกเองได้ไม่เกิน 6 ต้น เช่นกัน แต่ห้ามไม่ให้มีการจำหน่ายแจกจ่ายหากไม่มีใบอนุญาตจากรัฐ.
Read More